ทริปสุดประทับใจที่เหมาะกับหน้าฝนแบบนี้ คงหนีไม่พ้นการเดินเที่ยวภูเขาชมธรรมชาติ ทักทายใบไม้ ใบหญ้า ฟังเสียงนกร้องตลอดเส้นทาง รวมถึงการปักหลักนอนชมดาวเคียงเดือนด้วยมุมมองแบบพาโนราม่า
ใกล้จนแทบจะได้ยินเสียงกระต่ายคุยกันบนดวงจันทร์ แค่คิดก็เล่นเอาหัวใจพองโต นับวันรอให้ทริปสุดพิเศษนี้มาถึงให้เร็วที่สุด
ก่อนเดินทางซัก 7-10 วันเพื่อนๆ
ควรที่จะเตรียมพร้อมร่างกายด้วยการซ้อมเดินให้เยอะๆ เดินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บอกพี่วินไปว่า “วันหลังค่อยอุดหนุนกันนะ”
เพระช่วงนี้เราจะต้องฝึกกล้ามเนื้อให้ชินกับการเดินทางไกล ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่ไม่ค่อยจะได้ออกกำลังกาย อันนี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ไม่งั้น แค่เพียง 500 เมตรแรก
ก็อาจคิดถึงบ้านจนน้ำตาไหลพราก ก้าวขาไม่ออกกันเลยทีเดียว และควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพราะอุปสรรคของการเดินป่าคือฝนตก ถ้าหลีกเลี่ยงได้
จะถือว่าเป็นทริปที่ดีที่สุดทริปหนึ่งทีเดียว
แม้เราจะแจ้งจองที่พักกับเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานไว้แล้ว ก็สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ เพราะถ้าไปแล้วไม่สนุก
สู้อยู่บ้านดูรายการประกวดร้องเพลงไก่กาน่าจะเพลินกว่า
ก่อนถึงวันเดินทาง ตรวจสัมภาระในกระเป๋าให้พร้อม อันนี้มือใหม่
อาจต้องพึ่งพาตัวช่วยเป็นข้อมูลเบื้องต้น
เพราะภูเขา
เป็นภูมิประเทศที่ไม่เหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อื่นๆ
เพราะเราจะเจออะไรบ้างไม่มีทางรู้ได้
และภูเขาไม่เหมือนทะเล
ตรงที่เมื่ออยู่ในป่าบนเขา
เราจะไม่มีทางรู้ว่า ธรรมชาติโดยรอบเป็นอย่างไรในเวลานี้
และบนภูเขาต่อให้มีที่พักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่มีทางที่จะเริ่ดอย่างที่ใจหวัง เผลอๆ
มีแค่เสื่อผืน หมอนใบ กับเทียนไข 1 อัน
เพราะฉะนั้นการเตรียมความพร้อมของตัวเองให้ดีที่สุด คือการเดินทางที่สมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง
กระเป๋าเดินทาง
ถ้าพบสิ่งที่ไม่รวมอยู่ในรายการที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ กรุณาหยิบออกทันที เพราะการเดินป่า เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน ถ้าเอาทุกอย่างในชีวิตไปหมด เราไม่สามารถเรียกว่าสัมภาระได้ เพราะมันคือ “ภาระ” ต่างหาก
เซ็ตแรก เป็นเซ็ตการนำทางและการดำรงชีวิต
สำหรับมือใหม่ การป้องกันตัว
ถือว่าเป็นเรื่องหลักของการเที่ยวภูเขา
เข็มทิศอาจดูเชยเกินไปกับชั่วโมงนี้
เราจะเลือกหยิบ โทรศัพท์มือถือที่สามารถเป็น GPS
ได้
น่าจะลงตัวกว่าเพราะมันค่อนข้างปลอดภัยสำหรับการขอความช่วยเหลือเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เสื้อผ้าที่สวมใส่ ควรเป็นผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี
ดูดซับเหงื่อได้ดีทำให้เวลาเหงื่ออกจะรู้สึกเย็นสบายไม่ร้อน ทาครีมกันแดดก่อนออกเดินทาง แว่นกันแดด
และหมวก เผื่อจะต้องเผชิญกับแสงแดดในบางช่วงของการเดินทาง
ไฟฉายที่มีน้ำหนักเบาพร้อมแบตเตอรี่ เต็ม 100% หากเป็นไปได้ จัดหาชุดปฐมพยาบาลขนาดเล็ก
แบบถุงผ้าเล็กๆซักชุดกรณีได้รับบาดเจ็บระหว่างเดินทาง ข้างในมีพวก ผ้าพันแผล
น้ำยาฆ่าเชื้อ พลาสเตอร์ ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด
ยาแก้แพ้ ยาหม่อง ยาประจำตัว(ถ้ามี)
นอกจากนี้
อาจจัดทำข้อมูลส่วนตัวสำหรับทุกคนใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วย แถมปากกาอีกอัน เผื่อจำเป็นต้องใช้เวลาฉุกเฉิน
อุปกรณ์ยังชีพ ไฟแช็ก
ดีกว่าไม้ขีด เพราะไม่ต้องกลัวน้ำ มีดพกขนาดกะทัดรัด ถ้าปลายอันหนึ่งอาจเป็นกรรไกรก็จะดีมาก
หรืออาจเผื่อเหลือเผื่อขาด เป็นชุดหม้อสนาม แบบพกพา ซักชุด
สำหรับต้มน้ำกินบะหมี่ก็ยังดี
อาจเตรียมเชื้อเพลิงสำหรับช่วยก่อไฟได้ง่ายขึ้น เพราะบางคน ไม่ไหวจริงๆ กับการจุดไฟให้ติด อย่างน้อยๆจะได้อุ่นใจว่า มีไฟต้มบะหมี่แน่นอน
อาหาร เวลาไปเที่ยวภูเขา เราควรรับประทานอาหารที่มีโภชนาการสูง
น้ำหนักเบา เช่น พวกอาหารที่ทำจากธัญพืช
ประเภทที่เขียนว่าข้างซองว่า Trail
mixและ Energy Bar จะเหมาะอย่างยิ่ง แต่ถ้าไม่มี
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดูจะเวิร์คที่สุดสำหรับการเดินป่า น้ำดื่ม
ที่เพียงพอสำหรับตัวเอง
และควรจะแยกของแต่ละคน แต่ถ้าเราอยากป้องกันความเสี่ยง เราอาจหาระบบกรองขนาดเล็กเพื่อทำน้ำสะอาด
เผื่อเอาไว้สำหรับกรณีน้ำที่เตรียมไปไม่พอ
ที่พัก เต็นท์ขนาดกะทัดรัด
ผ้าห่มเนื้อหน้าน้ำหนักเบา ผ้าใบรองนั่ง
ถุงขยะ และอื่นๆ เช่น กระดาษทิชชู่
เจลล้างมือแบบหลอดบีบ สำหรับช่วยเหลือกรณี ปวดหนัก ปวดเบาแบบฉุกเฉิน จะได้สะอาดเอี่ยมตลอดทาง
ของทั้งหมดที่กล่าวมานี้ รวมน้ำหนักแล้ว ไม่น่าจะถึง 5 กิโลกรัม (ไม่รวมน้ำดื่ม
และเต็นท์นอน) เชื่อว่าอุปกรณ์จำเป็นเหล่านี้จะไม่สร้างภาระ ให้กับ นักเดินเขาจนเกินไป
และมันจะทำให้ทริปนี้ของเราหรรษาอย่างแน่นอน












